“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คว้าชัยชนะสองเกมติดต่อกัน หลังบุกไปปราบเจ้าถิ่น คริสตัล พาเลซ 2-0 เจมส์ มิลเนอร์ ซัดจุดโทษออกนำ ก่อนในช่วงทดเจ็บ ซาดิโอ มาเน่ จะมายิงปิดท้ายให้ทีมซิวสามแต้มพร้อมรั้งรองจ่าฝูง โดยเกมนี้เจ้าถิ่นต้องเหลือแค่ 10 คน หลัง อารอน วาน-บิสซาก้า โดนไล่ออกในครึ่งเวลาหลัง ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา

สนาม : เซลเฮิร์สท์ พาร์ค

รอย ฮ็อดจ์สัน ยังคงยึดแนวรุกชุดเดิมจากเกมเปิดสนามที่บุกไปคว้าชัยเหนือ ฟูแล่ม 2-0 คริสติย็อง เบนเตเก้ ยืนจับคู่กับ วิลฟรีด ซาฮา ส่วนทีมเยือน ลิเวอร์พูล ของ  เจอร์เก้น คล็อปป์ ผลงานสตาร์ทพรีเมียร์ลีกยอดเยี่ยมมากหลังโชว์ฟอร์มแรงไล่ถล่ม เวสต์แฮม 4-0 เกมนี้ยังคงใช้สามประสานแนวรุกเหมือนเคยทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่

ช่วงต้นเกมทั้งสองทีมยังเล่นกันระมัดระวัง แต่ นาที 18 มามาดู ซาโก้ ทำเสียวเมื่อออกบอลไปติดขา มาเน่ ก่อนบอลจะกระดอนมาเข้าเท้า ซาลาห์ แต่อดีตปีกจากโรม่าดันยิงเบาไปบอลเลยเข้ามือ เฮนเนสซี่ย์ นายด่านพาเลซ

นาที 23 เกอิต้า เรียกเสียงฮือฮาในสนามเมื่อดึงหลอกแข้งพาเลซ ก่อนพาบอลจากแดนตัวเองก่อนวางยาวตัดคู่เซ็นเตอร์ให้ ซาลาห์ หลุดเข้าไปก่อนยกบอลข้ามหัวเฮนเนสซี่ย์แต่บอลสูงออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นไม่ถึงสองนาที กลายเป็นโอกาสของเจ้าถิ่นบ้าง แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ลากตัดจากขวาเข้ากลางประตูก่อนซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งชนคานอย่างจัง แม้จังหวะถัดมา ซาฮา จะตามซ้ำแต่บอลไปติดแนวรับหงส์แดงออกหลังไป

นาที 27 หงส์แดง รุกขึ้นมาน่ากลัว ซาลาห์ เลี้ยงเข้ากลางบนเส้น 18 หลา ก่อนอัดด้วยซ้ายไปติดบล็อกเจ้าถิ่น แต่บอลยังมาเข้าทางปืน เกอิต้า ตามซ้ำด้วยซ้ายบอลติดเซฟของเฮนเนสซี่ย์

เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง คริสตัล พาเลซ ยังตอบโต้ทีมเยือนได้อย่างสนุก คราวนี้เป็น เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ได้ลองยิงไกลด้วยซ้ายนอกกรอบบ้างแต่บอลหลุดหลังออกไปไม่ได้ลุ้น

นาที 35 “หงส์แดง” ครอสบอลเข้ากลางมาให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน วิ่งเข้ามาวอลเลย์ด้วยซ้ายบอลพุ่งเหินคานไปไกล i99bet

นาที 44 กลายเป็นแฟนหงส์แดงที่ได้เฮลั่น เมื่อ ซาโก้ แนวรับพาเลซไปเข้าฟาวล์ใส่ ซาลาห์ ในกรอบ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสินที่อยู่ไม่ห่างเป่านกหวีดเป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ เจมส์ มิลเนอร์ จะยิงเข้าไปไม่พลาดให้ทีมเยือนบุกมานำ 1-0

จบครึ่งแรก คริสตัล พาเลซ ตามหลัง ลิเวอร์พูล 0-1

ครึ่งหลังเริ่มต้นมา “หงส์แดง” เปิดฉากรุกทันที นาที 48 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน หลุดขึ้นทางซ้ายแล้วแทงบอลไปหน้าปากประตูให้ ซาลาห์ วิ่งมาถึงบอลก่อนยกบอลหนีตัว เฮนเนสซี่ย์ แต่บอลแรงไปจนต้องคุมบอลก่อนจะจ่ายเลียดเข้ากลางให้ เกอิต้า วิ่งมาซัด ทว่าบอลเบาหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาที 53 “ดิ อีเกิ้ลส์” เกือบไล่ตีเสมอบ้าง จากฟรีคิกนอกกรอบของ ลูก้า มิลิโวเยวิช ปั่นด้วยซ้ายบอลโค้งข้ามกำแพงจะเสียบมุมอยู่แล้วแต่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังไวไม่พลาดพุ่งเซฟปัดออกไป

เกมแลกกันมันหยด นาที 60 จากจังหวะคอนเนอร์ของหงส์แดง แนวรับพาเลซเคลียร์บอลมาเข้าทาง ซาลาห์ ที่รออยุ่นอกกรอบ ก่อนที่ดาวยิงชาวอียิปต์จะวอลเลย์เต็มข้อ บอลไปติดหัว ชลุปป์ ออกหลังไป

นาที 75 เจ้าถิ่นต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน หลัง อารอน วาน-บิสซาก้า แบ็กขวาเข้าไปเสียบ โม ซาลาห์ ในจังหวะสวนกลับนอกกรอบเป็นคนสุดท้าย ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ เชิ้ตดำวิ่งมาควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ก่อนจังหวะถัดมา ซาลาห์ จะบรรจงปั่นฟรีคิกแต่บอลไปติดหัว ทอมกิ้นส์ ออกหลังเป็นเตะมุม

“หงส์แดง” ที่ตัวมากกว่า โหมกระหน่ำโจมตีอย่างหนัก นาที 78 เกอิต้า เก็บตกนอกกรอบก่อนซัดด้วยขวาเต็มใบบอลพุ่งไปตรงตัวเฮนเนสซี่ย์ล้มตัวรับไว้ได้

นาที 84 มาเน่ หยอดด้วยขวามาในกรอบให้ ซาลาห์ ที่วิ่งสอดเข้ามาโขก บอลทำท่าจะย้อยเสียบใต้คานอยุ่แล้วแต่ดีที่ เฮนเนสซี่ย์ ที่วันนี้เล่นได้โดดเด่นเหินปัดปลายนิ้วข้ามคานไป

\ช่วงทดเวลาเจ็บ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูปิดท้ายหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะหลุดเดี่ยวของ มาเน่ เลี้ยงหลบนายด่านเจ้าถิ่นก่อนซัดโล่งๆเข้าไป

จบเกม ลิเวอร์พูล บุกไปคว้าชัยเหนือ คริสตัล พาเลซ 2-0 คว้าชัยสองเกมติดพร้อมมี 6 คะแนน ขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูง แถมสองเกมเป็นทีมเดียวที่ยังไม่เสียประตูให้ทีมใด

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : เวย์น เฮนเนสซี่ย์ – อารอน วาน-บิสซาก้า, เจมส์ ทอมกิ้นส์, มามาดู ซาโก้, พาทริค ฟาน อานโฮลท์ – แอนดรอส ทาวน์เซนด์ (โจเอล วอร์ด น.79), ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ (มักซ์ เมเยอร์ น.83) – คริสติย็อง เบนเตเก้ (อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ น.70), วิลฟรีด ซาฮา

ผู้จัดการทีม : รอย ฮ็อดจ์สัน

 ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – เจมส์ มิลเนอร์ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.67), จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, นาบี เกอิต้า (อดัม ลัลลาน่า น.87) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.94), ซาดิโอ มาเน่

ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์